ณัฐ เอเอฟ 4 พักยาว ป่วยโรคหน้าเบี้ยว

ณัฐ เอเอฟ 4 เผยหมอสั่งงดรับงานชั่วคราว หลังป่วยโรคหน้าเบี้ยว เร่งทำกายภาพบำบัดรักษาตัว
ก่อนหน้านี้ดาราหนุ่ม "โอ อนุชิต สพันธ์พงษ์" เคยประสบอาการป่วยด้วยโรคหน้าเบี้ยว หรือ โรคเบลส์ พอลซี่ (Bell's Palsy) ทำให้ต้องหยุดรับงานเพื่อพักรักษาตัวชั่วคราว จนขณะนี้อาการดีขึ้นแล้ว ล่าสุด หนุ่ม "ณัฐ ศักดาทร" หรือ "ณัฐ เอเอฟ 4" ก็เป็นอีกหนึ่งหนุ่มที่ประสบอาการเช่นเดียวกัน
โดยหนุ่มณัฐ ศักดาทร ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้ตนเองกำลังป่วยด้วยโรคหน้าเบี้ยวครึ่งซีก คุณหมอจึงแนะนำให้ตนงดรับงานทุกอย่าง เพื่อหยุดพักรักษาตัว เนื่องจากตนทำงานหนักมาก ตั้งแต่ทำงานเขียน งานเพลง รวมทั้งละครเวที และเดินสายงานโปรโมทต่าง ๆ ซึ่งเมื่อมาป่วยเช่นนี้ก็คงต้องหยุดทำงานไว้ชั่วคราว
หนุ่มณัฐ เผยอีกว่า สำหรับอาการของตนในตอนนี้ เวลายิ้มปากข้างซ้ายจะเบี้ยว เวลาแปรงฟันน้ำก็จะรั่วออกมาจากปาก เพราะปากสองข้างไม่เท่ากัน ทำให้ตนทานอาหารได้น้อยลง อีกทั้งดวงตาก็ปิดไม่สนิท ซึ่งครั้งแรกที่ได้ยินว่าเป็นโรคนี้ก็ตกใจมาก แต่คุณหมอก็ได้แนะนำให้ตนทำกายภาพบำบัด ทานยา และฝังเข็ม รวมทั้งพักผ่อนให้มาก ๆ เพราะโรคนี้สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัส และการทำงานหนัก จนไม่มีเวลาพักผ่อน เชื่อว่าอีกประมาณ 4 สัปดาห์อาการก็น่าจะหายเป็นปกติได้
นอกจากนี้ หนุ่มณัฐ ยังได้ฝากขอบคุณแฟน ๆ ที่แสดงความห่วงใยเข้ามาด้วย พร้อมกับระบุว่า ร่างกายเป็นสิ่งสำคัญ จึงอยากให้ทุกคนรักษาสุขภาพ แบ่งเวลาไปพักผ่อนร่างกายด้วยเช่นกัน เพราะหากป่วยขึ้นมาก็จะทำอะไรไม่ได้เต็มร้อยกับสิ่งที่ตั้งใจทำ
ทั้งนี้ โรค Bell's Palsy เป็นการอักเสบของเส้นประสาทของสมองคู่ที่ 7 ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมกล้ามเนื้อบนใบหน้า ปัจจุบันวงการแพทย์ยังระบุแน่ชัดไม่ได้ว่าสาเหตุจริง ๆ เกิดจากอะไรกันแน่ โดยมากพบว่าเกิดจากเชื้อไวรัส โรคนี้เกิดกับคนได้ทุกเพศ ทุกวัย แต่ถ้าเป็นผู้ที่อายุมาก ๆ จะมีโอกาสป่วยเป็นโรคนี้มากกว่าวัยอื่น หากผู้ป่วยทราบถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกายเร็ว และมาพบแพทย์เร็ว ภายใน 2-3 วันแรก การรักษาจะง่าย และจะหายเร็วกว่า แต่หากปล่อยให้นานกว่านี้ คือ 4-5 วัน จะทำให้การรักษายากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้หายช้ากว่าเดิมนานหลายเดือนเลยทีเดียว
สำหรับความรุนแรงของโรคปลายประสาทอักเสบ คู่ที่ 7 ไม่ได้ทำให้ถึงกับเสียชีวิต อย่างร้ายแรงที่สุดก็คือ ใบหน้าจะเป็นอัมพาตถาวร ซึ่งหากเป็นอัมพาตครึ่งหน้า ก็จะไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อได้ ปากจะเบี้ยว ยิ้มแล้วปากไม่เท่ากัน ส่งผลต่อบุคลิกภาพพอสมควร
ส่วนอาการเริ่มต้นของผู้ป่วยโรค Bell's Palsy ส่วนใหญ่จะคล้าย ๆ กัน คือมีไข้ต่ำ ๆ และรู้สึกปวดเมื่อเนื้อตัวคล้าย ๆ เหมือนจะเริ่มเป็นหวัด หลังจากนั้น จะมีอาการปวดแปล๊บ ๆ ที่เส้นประสาท บริเวณหลังหู อาการปวดเหมือนไฟช็อต ไปจนถึงภาวะอัมพาตครึ่งใบหน้า ที่ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อใบหน้าของตัวเองได้ คือ ยิ้มไม่ได้ รับประทานอาหารลำบาก ดื่มน้ำแล้วรั่วออกมา หลับตาไม่สนิท ฯลฯ
วิธีการรักษา โรคปลายประสาทอักเสบ คู่ที่ 7 หรือ โรค Bell's Palsy คือ แพทย์จะให้ยาเสตียรอยด์ ควบคู่ไปกับการให้ยาบำรุงปลายประสาทที่อักเสบ และทำกายภาพบำบัด ส่วนการป้องกันนั้น เนื่องจากยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงว่าโรค Bell's palsy นี้เกิดจากสาเหตุใดกันแน่ แต่ก็คาดกันว่าน่าจะเกิดจากไวรัสที่ขณะนี้ยังไม่ทราบชนิดที่แน่ชัด ดังนั้น วิธีการป้องกันก็คือ ทำร่างกายให้แข็งแรงและพักผ่อนให้เพียงพอ
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
ขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก ณัฐ ศักดาทร
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม