โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ Cystitis

เคยมั้ยเจ็บๆ แสบๆ แถมกะปริบกะปรอยตอนปัสสาวะ นั่นล่ะคืออาการฟ้องของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบล่ะ
ผู้หญิงมีโอกาสเสี่ยงมากกว่าผู้ชาย!!!
ก็เพราะท่อปัสสาวะของผู้หญิงสั้นกว่าและอยู่ใกล้ทวารหนักซึ่งเป็นแหล่งเพาะเชื้อได้ง่าย กระเพาะปัสสาวะอักเสบส่วนมากเกิดจากเชื้อชนิดเดียวกับที่อยู่ในลำไส้ของคนเราและจะเดินทางผ่านเข้าไปทางท่อปัสสาวะ ผู้หญิงจึงมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้ง่ายกว่า ว่ากันว่าผู้หญิงทุกคนต้องเป็นโรคนี้อย่างน้อยก็หนึ่งครั้งในชีวิต และเป็นได้ตั้งแต่เด็กจนถึงวัยคุณย่าคุณยาย
ทำไมอั้นฉี่นานๆ ถึงอันตราย
เพราะยิ่งอั้นนานเท่าไร ก็ยิ่งเพิ่มระยะเวลาให้เชื้อโรคได้นอนเล่นอยู่ในกระเพาะปัสสาวะนานจนสามารถแพร่พันธุ์ได้ และยิ่งช่วงที่กระเพาะปัสสาวะกำลังยืดตัวความสามารถในการจัดการเชื้อโรคก็ยิ่งมีน้อยลง
เป็นหรือเปล่าสังเกตจาก...
เมื่อไรที่เริ่มฉี่กะปริบกะปรอย (ปวดบ่อยๆ แต่ออกมาแค่น้อยนิด) รู้สึกปวดขัด หรือปวดท้องน้อยเวลาฉี่ บางคนก็อาจมีกลิ่นเหม็น สีใส หรือมีเลือดปนออกมา ยิ่งในคนที่ชอบอั้นฉี่นานๆ ส่วนอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ก็เช่น มีไข้ เบื่ออาหารและอาเจียน
อ๊ะ อ๊ะ! แต่ก็ไม่แน่เสมอไปว่าเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ คนที่ปวดฉี่บ่อยๆ อาจมีสาเหตุมาจาก
1. ไตขับปัสสาวะมากกว่าปกติ เช่น ดื่มน้ำมาก หรือกินยาที่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะเข้าไป
2. กระเพาะปัสสาวะผิดปกติ ไม่สามารถกักเก็บปัสสาวะได้นาน
3. อยู่ในช่วงเครียด เลยทำให้ฉี่บ่อย
4. ประสาทควบคุมการทำงานของกระเพาะปัสสาวะผิดปกติ ทำให้ผนังกล้ามเนื้อทำงานบีบตัวบ่อย
แต่อย่างนั้นก็อย่าชะล่าใจ ทางที่ดี ควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงดีกว่า

รู้หรือไม่...ดื่มน้ำผลไม้ช่วยได้
มีผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร American Journal of Clinical Nutrition บอกว่า ผู้หญิงที่ดื่มนมโยเกิร์ตและน้ำผลไม้อย่างน้อย 1 แก้วต่อวัน มีโอกาสเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบน้อยกว่าคนที่ไม่ได้ดื่มถึง 34% นั่นก็เพราะในผลไม้โดยเฉพาะลูกเบอร์รี่มีสารแอนตี้ออกซิเดนท์ที่คอยทำลายเชื้อแบคทีเรียตัวร้ายนั่นเอง รวมถึงคนที่ดื่มนมเปรี้ยวหรือกินชีสด้วย เนื่องจากอาหารที่มียีสต์ (probiotic bacteria) จะไปช่วยเพิ่มแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์และลดแบคทีเรียตัวร้ายที่อยู่ในทางเดินอาหารและอุจจาระลง
ไม่อยากทรมานเพราะอาการปัสสาวะอักเสบ ควร...
1.ดื่มน้ำมากๆ วันละ 3-4 ลิตร
2.อย่ากลั้นฉี่บ่อยๆ และนานๆ
3.อย่าปล่อยให้ท้องผูก
4. ใช้แผ่นอนามัยระหว่างวันและเปลี่ยนบ่อยๆ
5.ช่วงนั้นของเดือนควรเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยขึ้น เพราะเลือดเป็นแหล่งเพาะเชื้อชั้นดี
6.ใช้ชุดชั้นในที่ทำด้วยผ้าฝ้ายและไม่คับจนเกินไปเพื่อป้องกันความอับชื้น
หลังทำธุระหนักแล้ว ให้ใช้กระดาษชำระเช็ดทำความสะอาดจากข้างหน้าไปข้างหลัง เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคจากบริเวณทวารหนักเข้าสู่ท่อปัสสาวะ
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก
http://campus.sanook.com/teen_zone/senior_05946.php